User Online ( 39 ) 
 ระบบสมาชิก  ตั้งเป็นหน้าแรก  แจ้งโอนเงิน
 ตะกร้าสินค้า ( 0 Item ) 
Home » ข่าว » จุติ ไกรฤกษ์ พร้อมตรวจสอบรัฐบาลใหม่
 
 ค้นหาสินค้า
 ตู้ Close Rack (31)
 ตู้ Wall Rack (9)
 ตู้ Open Rack (5)
 ตู้ Rack Accessories (38)
 สายLAN(UTP) สายแลน (183)
 เครื่อง Server (35)
 เครื่องสำรองไฟ UPS (62)
 
 สมัครสมาชิกจดหมายข่าว
สมัครรับจดหมายข่าว รับข้อเสนอพิเศษ จากร้านค้า
 ข่าว

จุติ ไกรฤกษ์ พร้อมตรวจสอบรัฐบาลใหม่

“11 เดือนที่ผมนั่งอยู่ที่กระทรวงไอซีที ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทั้งหมด ไล่เช็คบิลได้เลยทุกโครงการ" ส่วนหนึ่งจากการเปิดใจของ รมว.ไอซีที

“11 เดือนที่ผมนั่งอยู่ที่กระทรวงไอซีที ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทั้งหมด ไล่เช็คบิลได้เลยทุกโครงการ ทุกโครงการที่ทำเป็นนโยบายของรัฐบาล ผมไม่ได้ทำเป็นตัวเจ้าของกระทรวง หรือเจ้าของโครงการอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่ใช่สมบัติผม มันเป็นสมบัติแผ่นดิน ตอนที่ผมเข้ามาไอซีที วันแรก ผมบอกแล้วว่า ผมมา เพื่อจะไป”

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” พร้อมยืนยันว่า พร้อมให้รัฐมนตรีคนใหม่เข้าตรวจสอบ และสานต่อโครงการด้านไอซีที ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเตรียมผันตัวเองไปเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะโครงการโทรคมนาคมต่างๆ ที่ยังปิดบัญชีไม่ลง

เขากล่าวว่า ไม่รู้สึกห่วง และไม่เสียใจในโครงการใดๆ เลย ที่ได้อนุมัติดำเนินการใน 11 เดือนที่นั่งเป็นเจ้ากระทรวง แม้หลายโครงการจะถูกตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ มาโดยตลอด

“เรื่อง กสท ทรู ผมก็สบายใจแล้ว เพราะอัยการสูงสุดชี้ว่าไม่ผิด แต่ที่ผมยิ่งมั่นใจ ก็คือทีมกฎหมายของเจ้าหนี้ที่ให้ กสท ไปกู้เงินเขา เขาให้ผ่านแล้ว ถ้าทุกอย่างมันไม่ถูกต้อง เขาไม่ให้คุณผ่านหรอก เงินตั้งกี่พันล้าน ถามผมว่า ผมเชื่อใคร กสท พูด ผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ผมเชื่อนักกฎหมายของเจ้าหนี้ที่เขาจะปล่อยกู้ ถ้าเขารู้ว่าปล่อยกู้คุณแล้วได้เป็นศูนย์ เขาไม่ปล่อยให้คุณกู้หรอก”

พร้อมกับบอกด้วยว่า หากรัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่เข้ามา ต้องการจะตรวจสอบโครงการนี้ก็ไม่ขัดข้อง เพราะสิ่งที่ทำไปทั้งหมด คือ ประโยชน์สาธารณะทั้งสิ้น

ขู่รื้อ3จี กสท ทรู ต้องตอบคำถามได้
“รัฐมนตรีคน ใหม่มา คุณอยากจะเช็คบิลโครงการนี้ ก็เช็คไปเลย ไม่ใช่สมบัติผม แต่มันเป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งทรูเขาทำได้ ถามว่า แล้วก่อนหน้านี้ทำไมดีแทค เอไอเอส ไม่ไปซื้อฮัทช์ตั้งแต่ต้น นี่ต่างหากคือประเด็น แต่ที่มันมีปัญหาฟ้องกันไปมา ก็เพราะไม่มีใครอยากให้ใครทำเป็นเจ้าแรกหรอก เพราะจะกวาดลูกค้าไปหมด ก็เหมือนอย่างที่เอไอเอสทำเมื่อก่อนนี้ จนดีแทคถึงวันนี้ก็ยังตามไม่ทันเลย เอไอเอสกวาดลูกค้าไปหมด”

นายจุติ กล่าวว่า ขั้นตอนของสัญญา กสท และทรู หลังอัยการสูงสุดตอบมาชัดเจนว่าไม่ผิด จากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะลงนามหรือไม่อย่างไร เป็นหน้าที่รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อ โดยเขาจะไม่แตะต้องอะไรอีก

เนื่องจากไม่ต้องการไปมัดให้ทำงานไม่ได้ แต่ถ้าจะรื้อโครงการต้องตอบสังคมให้ได้ว่า รื้อแล้วทำได้ดีกว่า ไม่ใช่รื้อเพื่อทดแทนบุญคุณใคร

"เพราะผมจะเป็นฝ่ายตรวจสอบ ผมไม่ได้หวงว่าโครงการผมตรวจสอบไม่ได้ ทุกคนตรวจสอบได้ ถ้าทำแล้วประโยชน์สาธารณะพอกพูนขึ้น ก็โอเค แต่ถ้าทำแล้วพวกของคุณรวยขึ้น ผมก็ตรวจสอบนะ”

เขา กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่เข้ามา แล้ว “ดึงเรื่อง” หรือทำให้การอนุมัติโครงการ 3จี กสท ทรู ช้าออกไป ก็จะส่งผลเสียต่อ ทรู แน่นอน แต่เชื่อว่าภาพรวมของประโยชน์สาธารณะยังไม่เสียไปทันที เพราะต้องยอมรับว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างไรเสียก็ต้องเกิด เพราะว่า 3จี คือ สมบัติสาธารณะใครมาช่วยทำให้ดีขึ้น "ก็ทำไปเลย" จะทำต่อ หรือจะรื้อก็ได้ หากต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ และตอบคำถามของเขาในสภาให้ได้

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวด้วยว่า ว่าที่รัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่ โทรสั่งคนในกระทรวงไอซีทีว่า ห้ามไม่ให้อนุมัติ หรือทำโครงการไอซีทีอะไรช่วงนี้เด็ดขาด

บันทึกผลงาน3จี-บรอดแบนด์-อีคอมเมิร์ซ
กระนั้นก็ ตาม นายจุติ กล่าวว่า โครงการที่ควรเดินหน้าได้ทันที ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ และ อี กอฟเวิร์นเมนท์ โดยรัฐบาลชุดนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งองค์กรมหาชนขึ้น เพื่อให้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

“ผมตั้งเกียร์ 1 เกียร์ 2 ไว้ให้แล้ว คุณมาถึงก็เดินหน้า เกียร์ 4 เกียร์ 5 ไปเลย ประโยชน์มันได้มหาศาล อย่างบริษัท อาลีบาบา อีเบย์ อเมซอน มูลค่าการขายของเขาเท่างบประมาณแผ่นดินทั้งประเทศ 1 ปี และผมก็ถือว่า ทั้ง 3จี บรอดแบรนด์ และอีคอมเมิร์ซ ก็เกิดขึ้นในยุคผม”

ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้ยังทำโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม หากรัฐบาลใหม่เข้ามาก็น่าที่จะสานต่อได้ทันที รัฐบาลใหม่จะให้มีไวไฟสาธารณะก็ต้องดูว่าสาธารณะอย่างไร แล้วใครจะเป็นคนแบกต้นทุน เพราะไม่ใช่น้อยๆ ถามว่าทุกสวนสาธารณะไหมที่จะมีไวไฟ เพราะตอนนี้ก็มีไวไฟซิตี้ในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่ถ้ามาแล้วจะทำที่ไหนเพิ่มก็เห็นด้วย เพราะจะมาต่อกับบรอดแบรนด์ได้

ส่วนนโยบายแทบเล็ตของพรรคเพื่อไทยต้องถามว่า เป็นแทบเล็ตแบบไหน สเปคอย่างไร ใช้เป็นแทบเล็ตแบบเดียวกับที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เคยใช้โชว์หาเสียงหรือไม่

“เป็นอันเดียวกับที่คุณยิ่งลักษณ์ถือหรือเปล่า ซึ่งอันนั้น คือ ไอแพด ถ้าเป็นไอแพดผมโอเคนะ แต่ก็ต้องดูว่า ครูบ้านเรา พร้อมขนาดไหน เพราะนโยบายคุณต้องการให้เด็ก ป.1 ทั่วประเทศได้ใช้ แล้วโรงเรียนตามตะเข็บชายแดนจะทำอย่างไร บริเวณที่เน็ตเวิร์คไปไม่ถึง คุณจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมจะตรวจสอบคุณในประเด็นนี้ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณ ผมต้องรู้ว่า คุณจะจัดซื้อแทบเล็ต และใช้งบกันอย่างไร”

รมว.ใหม่ต้องกล้าฟันเว็บหมิ่น
พร้อมระบุผลงาน ภาคภูมิใจ คือการ “ปิดเว็บหมิ่น” ไปเป็นจำนวนมาก เป็นเว็บที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่ผิดกฎหมาย ตัดต่อรูป บิดเบือนประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นยุคที่ปิดเว็บหมิ่นมากที่สุดก็ว่าได้

“ผมภูมิใจมาก เรื่องปราบเว็บหมิ่น ผมไล่ปิดไปเยอะมาก เว็บที่ปิดไม่เกี่ยวกับเว็บการเมืองเลย เป็นเว็บผิดกฎหมายชัดๆ ตัดต่อรูป บิดเบือนประวัติศาสตร์ ผมเซ็นคำสั่งให้ปลัดฯ แล้วก็ทีมงานไว้เลย เพราะในอนาคตเกิดมีคนมาบอกว่า ไอซีทีทำ เกินไป ก็อ้างได้เลยว่านี่เป็นคำสั่งผม และหากรัฐบาลใหม่มาไม่เดินหน้าเรื่องนี้จะเจอกระทู้จากผมแน่ ผมซัดไม่เลี้ยง ถ้าไม่ทำ ผมเช็คบิลคุณแน่”

ส่วน 2 รัฐวิสาหกิจในสังกัด ทั้ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม นายจุติ กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่มาก็ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 บอร์ดว่าจะต้องลาออกหรือไม่ อย่างไร โดยที่ผ่านมา ไอซีทีได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ 2 รัฐวิสาหกิจนี้ได้รับประโยชน์ เพราะถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของ

ลั่นเอกชนต้องโอนทรัพย์สินคืนรัฐ
ขณะเดียวกัน เขา กล่าวว่า เขาได้เดินหน้าทวงสมบัติของชาติคืน โดยเฉพาะการโอนทรัพย์สิน ซึ่งเอไอเอส ต้องโอนทรัพย์สินให้ทีโอทีเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท "อย่าบอกว่าแค่เศษเหล็ก" เพราะเศษเหล็กก็ขายได้ สิ่งนี้รัฐต้องได้ ทั้งเอไอเอส ดีแทค ทรู ต้องโอนทรัพย์สินให้เจ้าของสัมปทาน แต่ที่เรื่องยังช้า เพราะเขาทำผิด แต่ถ้ายังไม่ทำก็ต้องโดน ปปช. สตง. ตรวจสอบอยู่ดี

"แล้วที่ผ่านมาเป็นไปได้อย่างไร ไม่มีการโอนกันเลย มันต้องทำแล้วโอน ทำแล้วโอน ซึ่งผมจะเดินหน้าทวงเรื่องนี้ต่อ เพราะถ้ายังไม่มีการโอน แล้วปล่อยให้หมดสัญญาสัมปทาน เรื่องจะถูกดึงเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ ที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบ และตัดสินอีกอีกเป็นเวลานาน ผมจะไม่รอให้ถึงวันนั้น ต้องโอนภายใน 4 ปีนี้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝ่ายเกี่ยวข้องก็ต้องเข้าคุก เพราะถือว่าละเว้นการทำหน้าที่ ผิดมาตรา 157”

ส่วนการทำงานของทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจหรือไม่นั้น นายจุติ กล่าวว่า ไม่ขอพูด ขอเก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ และแสดงความไม่เห็นด้วยที่บอร์ดทีโอทีเดินทางไปดูงานต่างประเทศในช่วงที่ กำลังจะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ และยังแสดงความผิดหวังที่ ทีโอที จัดการคดีความต่างๆ ล่าช้าเกินไป
Copyright RackServerOnline.com 2010 - 2018. All rights Reserved.